skip to Main Content
Khaolaor อาหารเสริมจากธรรมชาติ สมุนไพรบริสุทธิ์ ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับโลก พัฒนาโดย ขาวละออ
เค-โนนิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผงลูกยอ ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษากรดไหลย้อน

K-Noni (ลูกยอบดผง)

ยอ ชื่อสามัญ Noni, Indian mulberry, Noni Indian mulberry, Great morinda, Mengkudu (Malay), Nonu/Nono (Pacific Islands) ชื่อวิทยาศาสตร์ Morinda citrifolia L. จัดอยู่ในวงศ์เข็ม (RUBIACEAE)

สายพันธุ์ยอ แบ่งเป็น 3 สายพันธุ์ คือ

  1. M. citrifolia var. citrifolia เป็นสายพันธุ์ที่มีผลหลายขนาด พบได้บริเวณหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น ฮาวาย ตาฮิติ เป็นต้น
  2. M. citrifolia var. bracteata เป็นสายพันธุ์ที่มีผลเล็ก พบมากในทวีปเอเชีย เช่น ไทย พม่า ลาว จีนตอนใต้ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
  3. M. citrifolia cultivar potteri เป็นสายพันธุ์ที่ใบมีทั้งสีเขียว และสีขาว พบทั่วไปบริเวณหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

ยอเป็นพืชพื้นเมืองในแถบโพลีนีเซียตอนใต้ (Polynesia) และแพร่กระจายไปยังประเทศอื่น ในเขตร้อน เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ศรีลังกา เวียดนาม รวมถึงประเทศไทย สมุนไพรยอ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ว่า ยอ แย่ใหญ่ (แม่ฮ่องสอน), ตาเสือ มะตาเสือ (ภาคเหนือ), ยอบ้าน (ภาคกลาง) เป็นต้น ยอมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ยอบ้านและยอป่า ในเมืองไทยมีทั้งยอป่าและยอบ้าน ซึ่งยอทั้ง ชนิด จะแตกต่างกันทั้งลักษณะของใบและผล ที่พบเห็นได้บ่อยและนำมาใช้ประโยชน์ก็คือ ยอบ้าน มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้น มีใบสีเขียว มีดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ ลักษณะของผลยาวรี ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีขาวนวล มีเนื้อนุ่ม ในผลมีเมล็ดจำนวนมาก มีสีน้ำตาล สำหรับรสชาติจะออกรสเผ็ดและมีกลิ่นแรงโดยยอบ้านนั้นมีประโยชน์ในด้านอาหารและด้านยารักษาโรคด้วย

 

 

ลูกยอจัดเป็นยาสมุนไพรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเรื่องการช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน และถูกบรรจุอยู่ในยาสมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน โดยลูกยอสุกเป็นยาชั้นเลิศในการช่วยขับลมและช่วยย่อยอาหาร เนื่องจากลูกยอมีรสร้อน ในทางการแผนไทยยารสร้อนสามารถช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อีกทั้งยังลูกยอสามารถรักษากรดไหลย้อนได้ เพราะสามารถช่วยเพิ่มการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้หูรูดหลอดอาหารแข็งแรงขึ้นและทำให้อาหารเคลื่อนจากกระเพาะไปสู่ลำไส้เล็กได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการของหลอดอาหารอักเสบจากกรดไหลย้อนได้ดี เพิ่มประสิทธิภาพในการขับลมทำให้อาหารไม่ตกค้าง ไม่เกิดลมในกระเพาะอาหาร ลดการเกิดแรงดันที่ทำให้กรดไหลย้อนและช่วยเร่งการสมานแผลของกระเพาะอาหาร ลดการอักเสบของกระเพาะอาหารเฉียบพลันจากแอลกอฮอล์ ปัจจุบันได้มีงานวิจัยสนับสนุน สามารถลดการอักเสบของหลอดอาหารจากการไหลย้อนของกรดได้ผลดีพอๆ กับยามาตรฐานที่ใช้ในการรักษากรดไหลย้อน คือ รานิติดีน (ranitidine) และแลนโสพราโซล (lansoprazole)

ลูกยอ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากชนิด โดยลูกยอบดจะประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม เป็นต้น แต่ถ้าคั้นเอาแต่น้ำลูกยอจะเหลือแต่วิตามินซี นอกจากนี้ลูกยอยังมีสารอื่น อีกด้วย เช่น กรดไขมัน ลิกนิน พอลิแซ็กคาไรด์ ฟลาโอนอยด์ อีริดอยด์ สโครโปเลติน แอลคาลอยด์

การใช้ประโยชน์จากลูกยอตามตำราแพทย์แผนไทย ผลยอสดจะมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรที่ช่วยให้ระบบโลหิตหมุนเวียนดีขึ้น ขับลม แก้ลมวิงเวียน คลื่นไส้อาเจียนและช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์ในปัจจุบันจะทำการศึกษาวิจัยถึงคุณค่าและประโยชน์ของยอนั้น คนไทยในอดีตมีภูมิปัญญาชาวบ้านในการใช้ยอเป็นยากลางบ้าน ดูแลสุขภาพของตนเอง สมาชิกในบ้านและคนในชุมชนกันมานาน ส่วนของต้นยอที่นำมาใช้เป็นประโยชน์ทางยาตำรายาไทยระบุ ว่า

ราก สรรพคุณเป็นยาระบาย แก้ท้องผูก

ใบยอ รสขมเฝื่อน สรรพคุณบำรุงธาตุ แก้ไข้ คั้นน้ำทา ฆ่าเหา แก้โรคเกาต์ ปวดข้อ แก้แผลเรื้อรัง แก้ท้องร่วงในเด็ก แก้เหงือกบวม แก้กษัย ผสมยาอื่นแก้วัณโรค

ผลดิบหรือแก่ รสเผ็ดร้อน สรรพคุณขับลม บำรุงธาตุ(บำรุงไฟธาตุ) บำรุงเลือดลม เจริญอาหาร ขับโลหิต ระดูของสตรี ฟอกเลือด แก้คลื่นเหียนอาเจียน ผสมยาแก้สะอึก อมแก้เหงือกเปื่อย แก้เสียงแหบแห้ง แก้ร้อนในอก แก้ปวด แก้ปวดเมื่อย แก้หวัด

ผลสุก มีกลิ่นฉุน สรรพคุณผายลมในลำไส้

ต้นและดอก ใช้เป็นส่วนผสมกับสมุนไพรอื่นเป็นยารักษาวัณโรค

อีกทั้งในตำรายาไทยมีการใช้ ผลยอ ในพิกัดตรีผลสมุฎฐานคือการจำกัดจำนวนตัวยาที่มีผลเป็นที่ตั้ง 3 อย่าง มีผลมะตูม ผลยอ ผลผักชีลา สรรพคุณแก้สมุฎฐานแห่งตรีโทษ ขับลมต่างๆ แก้โรคไตพิการ

 

 

สรุปได้ว่า ยอ มีสรรพคุณ คือ

  1. ช่วยขับลมในลำไส้และช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษากรดไหลย้อน
  2. แก้ลมวิงเวียน/บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ แก้คลื่นไส้อาเจียน
  3. ฟอกเลือด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตช่วยให้ระบบโลหิตหมุนเวียนดีขึ้น ขับโลหิตระดูสตรี

การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับยอบ้านในปัจจุบัน

องค์ประกอบทางเคมี

สารสำคัญที่เป็นองค์ประกอบในยอ ทั้งในส่วนของ ผล ใบ และราก มีหลายชนิด เช่น scopoletin , octoanoic acid , potassium , vitamin C , terpenoids , Asperuloside , Proxyronine สารในกลุ่ม anthraquinones เช่น anthraquinone glycoside , morindone และ rubiadin รวมถึง  flavonoids, triterpenoids, triterpenes, saponins, carotenoids, vitamin E นอกจากนี้ยังมี  vitamin A , amino acid , ursolic acid , carotene และ linoleic acid ซึ่งสารเหล่านี้สารชนิดได้มีการทดสอบคุณสมบัติของสารแล้วว่ามีผลที่สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ นอกจากนี้ยังพบสารชนิดใหม่ที่ชื่อว่า flavone glycoside และ iridoid glycoside ในใบยอโดยสารทั้งสองมีผลยังยั้ง cell transformation ของ mouse epidermal JB6 cell line

รูปแบบองค์ประกอบทางเคมีของยอ

สารออกฤทธิ์ในผลและใบยอ มีสารสำคัญที่หลากหลาย ได้แก่

  1. แอสปรูโลไซต์ (Asperuloside) ซึ่งสารนี้จะออกฤทธิ์แก้คลื่นไส้อาเจียนได้เป็นอย่างดี
  2. สารแอนทราควิโนน (Antraquinones) เป็นสารที่มีรสขม ช่วยกระตุ้นการอยากอาหาร กระตุ้นการทำงานของระบบการย่อยอาหาร เพิ่มการหลั่ง Enzymes ในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์กระตุ้นทำให้ลำไส้ใหญ่มีการบีบตัวเพิ่มขึ้น ทำให้มีการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายดีขึ้น และน้ำดี นอกจากนั้น ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของท้องร่วง
  3. สารเซโรโทนิน ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีและสมบูรณ์มากขึ้น ทำให้ลำไส้ดูดซึมได้ง่าย จึงช่วยลดอาการท้องผูกจุกเสียด ช่วยระบายท้อง แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และยังช่วยขับพยาธิตัวกลม โดยเฉพาะพยาธิเส้นด้ายและพยาธิไส้เดือนได้เป็นอย่างดี
  4. โปรซีโรนีน (Proxeronine) ที่มีอยู่มากในผลยอนั้น เมื่อรวมตัวกับเอ็นไซม์โปรซีโรเนสจะได้เป็นสารซีโรนีนที่ลำไส้ใหญ่ และเมื่อดูดซึมกลับสู่เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย จะช่วยปรับสภาพเซลล์ให้มีความสมดุลแข็งแรง และมีภูมิต้านทานที่ดีอีกทั้งยังช่วยซ่อมแซมและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ และกระตุ้นให้เซลล์ใหม่เติบโตและทำหน้าที่ได้เป็นปกติอีกด้วย ซึ่งสารสำคัญเหล่านี้มีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและเนื้องอกได้
  5. สารสโคโปเลติน (Scopoletin) มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดที่หดตัวทำให้ความดันโลหิตลดลงจนเป็นปกติ ช่วยลดการหลั่งสาร histamine ช่วยลดอาการบวม และอักเสบของกล้ามเนื้อ รวมถึงลดอาการหอบหืดได้ดี เป็นสารกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่ง serotonin ที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง melatonin และ endorphin มากขึ้น ช่วยลดความเครียด มีอารมณ์ดี และช่วยในการนอนหลับ
  6. ซีโรโทนิน (Serotonin) เป็นสารสื่อประสาท Monoamine ที่พบได้ในร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และส่วนย่อย เช่น สมอง กล้ามเนื้อเรียบ หลอดเลือด การกลืนอาหาร การนอนหลับ และความทรงจำ เป็นต้น ดังนั้น การรับประทานลูกยอหรือน้ำลูกยอจะช่วยเพิ่มสารซีโรโทนินให้แก่ร่างกาย ช่วยกระตุ้น และบำรุงระบบประสาท และกล้ามเนื้อได้ ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ป้องกัน และลดอาการของโรคไมเกรน
  7. Damnacanthal ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม Anthraquinone ให้ผลยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งทำให้เซลล์มะเร็งเปลี่ยนกลับเป็นเซลล์ปกติได้

นอกจากนี้ยังมีสารอีกมากมายหลายชนิดที่มีสมบัติในด้านต่าง เช่น กรดไขมัน Caproic acid ซึ่งเป็นสารแต่งกลิ่นที่สำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร และ Caprylic acid ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการเจริญของเชื้อรา นอกจากนี้ ยังพบ ß-Sitosterol และสารต่อต้านอนุมูลอิสระอื่น เช่น เซเลนียม และวิตามินซี เป็นต้น

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวกับแก้คลื่นไส้ อาเจียน การศึกษาการใช้น้ำผลยอในการระงับอาเจียน โดยเปรียบเทียบกับยา metoclopramide ซึ่งเป็นยาแก้อาเจียน และน้ำชาซึ่งใช้ในกลุ่มควบคุม ในผู้ป่วยมาลาเรีย 92 ราย ที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ชาย 68 ราย หญิง 24 ราย อายุระหว่าง 15 -55 ปี แบ่งเป็นกลุ่มใช้น้ำผลยอ 30 มล. รับประทานทุก 2 ชั่วโมง กลุ่มที่ 2 รับประทานน้ำชา 30 มล. ทุก 2 ชั่วโมง และกลุ่มที่ 3 ใช้ยา metoclopramide 1 เม็ด (5 มก.) เวลามีอาการคลื่นไส้อาเจียนทุก 4 ชั่วโมง จดบันทึกจำนวนครั้งการอาเจียนก่อนและหลังการให้ยาทุกราย จากการศึกษาพบว่าค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งการอาเจียนก่อนให้ยาทั้ง 3 กลุ่ม มีค่าไม่แตกต่างกัน แต่จำนวนการอาเจียนกลุ่มที่ใช้ยา metoclopramide มีน้อยที่สุดรองลงมาคือยอ และน้ำชามีค่าเฉลี่ยมากที่สุด แสดงว่ายอลดอาการอาเจียนได้มากกว่าน้ำชา

เมื่อศึกษากลไกการออกฤทธิ์พบว่าผลยอมีฤทธิ์ต้าน dopamine อย่างอ่อน สารสกัดน้ำของผลยอสามารถเร่งการบีบตัวของลำไส้เล็กในหนูเม้าส์ที่ได้ถูกกระตุ้นให้อาเจียนด้วย apomorphine แต่ไม่สามารถต้านฤทธิ์ของ apomorphine ในการลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารได้

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวกับฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย (Antibacterial activity) มีรายงานว่าสาร acubin L-asperuloside และ alizarin ในผลลูกยอเป็น antibacterial agent สามารถป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียต่าง ได้ เช่น Pseudomonas aeruginosa, Proteus morgaii S, Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis Escherichia coil, Salmonella และ Shigella

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวกับฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส (Antitviral activity) มีรายงานการค้นพบสารชนิดหนึ่งจากรากของต้นยอชื่อว่า 1-methoxy-2-formyl-3-hydroxy anthraquinone ซึ่งมีฤทธิ์ในการยังยั้งการเกิด cytopathic effect ของเชื้อ HIV ต่อการ infect MT4 cell โดยไม่มีการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวกับฤทธิ์ต้านเชื้อวัณโรค (Antitubercular effects) มีการรายงานพบว่าลูกยอสามารถกำจัดการติดเชื้อวัณโรคได้ถึง 97% เปรียบเทียบกับยา antibiotic เช่น Rifampcin

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวกับระงับความปวด (Analgesic activity) มีรายงานว่าสารสกัดจากรากยอมีฤทธิ์ระงับปวดในสัตว์ทดลอง และผลจากการวิจัย โดย ผศ.ดร.ทัศนีย์ ปัญจานนท์ พบว่าสารสกัดจากผลยอไทยมีฤทธิ์ระงับปวดในสัตว์ทดลอง

การค้นพบสารสำคัญในลูกยอโดย ดร. ราฟ ไอเนกี (Dr. Ralph Heinicke) นักชีวเคมีชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ได้ทำการวิจัยและค้นพบเอนไซม์ในสับปะรด ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ชนิดหนึ่งเขาตั้งชื่อไว้ว่า เซโรนีน (Xeronine) นับแต่ปี .. 1950 และได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนพบว่ามีสารเซโรนีน (Xeronine) ในลูกยอมากกว่าในสัปปะรดหลายสิบเท่า และได้มีการวิจัยอย่างต่อเนื่อง จนรู้ถึงคุณประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ของน้ำลูกยอ และเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ คือ

  1. สร้างเสริมปฏิกิริยาชีวเคมีในเซลล์ให้ดีขึ้น ฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมโทรม ซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลาย เพิ่มพลังในเซลล์ ทำให้มีกำลังและขจัดสารพิษในเซลล์
  2. ช่วยสังเคราะห์สารโปรตีนในร่างกาย ทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายดีขึ้น และเป็นผลดีต่อต่อมต่างๆ ในร่างกายทำให้ทำงานดีขึ้น
  3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของร่างกาย และต่อต้านมะเร็งเสริมภูมิต้านทานโรคโดยการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อต้านเซลล์มะเร็งและเชื้อโรคต่าง
  4. ลดระดับน้ำตาลในคนไข้เบาหวาน และลดความดันโลหิตสูง
  5. ลดและบรรเทาการอักเสบของเซลล์และบรรเทาโรคภูมิแพ้
  6. ระงับความเจ็บปวด และบรรเทาอาหารปวดซ้ำ ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว
  7. มีวิตามิน แร่ธาตุ อะมิโนแอซิด ช่วยเสริมอาหารและเพิ่มพลังงานในร่างกาย

อีกทั้งมีการศึกษาของ Wang และ Su ปี 2001 ที่ทดสอบการต้านมะเร็งและต้านอนุมูลอิสระของน้ำลูกยอ พบว่า น้ำลูกยอมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระที่มีผลในการต่อต้านมะเร็งได้ดี

การศึกษาลูกยอไทย จากการวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ลูกยอสามารถช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน และป้องกันมะเร็งได้ โดยในลูกยอจะมีสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคในร่างกาย และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งไม่ให้ลูกลาม แต่ไม่ได้รักษามะเร็ง นอกจากนี้มีฤทธิ์แก้ปวดกระตุ้นเอนไซม์ในลำไส้เล็กให้ทำงานดีขึ้น

 

 

การศึกษาผลของสารสกัดผลยอต่อการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของลิปิดในหนูขาวใหญ่ที่ถูกเหนี่ยวนำ

ให้เกิดพิษต่อตับด้วยเอทิลแอลกอฮอล์ พบว่า ยอเป็นพืชสมุนไพรที่พบว่ามีฤทธิ์ในการปกป้องพิษต่อตับจากสารพิษต่าง โดยมีงานวิจัยจากภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โดยการป้อนเอทิลแอลกอฮอล์ 30 เปอร์เซ็นต์ ขนาด 3.76 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน 28 วัน ผลการวิจัยพบว่าหนูที่ได้รับแอลกอฮอล์อย่างเดียวมีระดับเอนไซม์AST, ALT และ มาลอนไดอัลดีไฮด์(MDA) ในเลือดสูงกว่าหนูปกติประมาณ 1.5, 1.8 และ 1.4 เท่าตามลำดับ หนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดผลยอขนาด 100, 250, และ 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือยาบำรุงตับซิลิมารีนร่วมด้วยโดยป้อนให้วันละครั้ง 60 นาทีก่อนได้รับเอทิลแอลกอฮอล์ ระดับเอนไซม์ AST, ALT, และ MDA ในเลือดต่ำกว่าหนูที่ได้รับเอทิลแอลกอฮอล์อย่างเดียวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.05, n = 6) สรุปได้ว่าสารสกัดผลยอมีฤทธิ์ปกป้องตับที่ถูกทำลายด้วยเอทิลแอลกอฮอล์ในหนูขาวใหญ่ซึ่งอาจเกิดจากการต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของลิปิด

การศึกษาทางพิษวิทยา

การทดสอบความเป็นพิษ สารสกัดเอทานอลกับน้ำ (1:1) จากส่วนเหนือดินฉีดเข้าทางช่องท้องหนูพบว่า ค่า LD50 เท่ากับ 0.75 ./กก. สารสกัดเมทานอลกับน้ำจากผลยอฉีดเข้าทางช่องท้องหนูเพศผู้พบว่า ค่า LD50 มีค่ามากกว่า 1 ./กก.น้ำหนักตัว ส่วนอีกการทดลองพบว่า สารสกัดเอทานอลกับน้ำ (1:1) จากส่วนเหนือดินขนาด 10 ./กก. ให้ทางสายยางสู่กระเพาะหนูหรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังไม่แสดงความเป็นพิษ

การทดสอบพิษเฉียบพลันของสารสกัดผลด้วยเอทานอล 50% โดยให้หนูกินในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนู ในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจไม่พบอาการเป็นพิษ

การทดสอบพิษกึ่งเรื้อรังในหนูแรทโดยป้อนสารสกัดจากผลยอ ไม่พบความผิดปกติใด ในค่าตรวจทางชีวเคมีในเลือด และค่าตรวจทางโลหิตวิทยา นอกจากนี้การทดสอบความเป็นพิษโดยใช้สารสกัดด้วยน้ำจากผลยอแห้ง ก็ไม่พบความเป็นพิษทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง

พิษต่อเซลล์ น้ำคั้นจากผลขนาด 6.25 มก./มล.ทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่ามีความเป็นพิษต่อเซลส์ CAa-IIC ขณะที่สารสกัดเมทานอลจากใบ ทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยง ไม่พบความเป็นพิษต่อเซลล์ CFI IS-RA II สารสกัดคลอโรฟอร์มและน้ำจากรากทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์ ขณะที่สารสกัดเฮกเซนและเมทานอลจากรากไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์

ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์จากผลไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ เมื่อทดสอบใน Bacillus subtilis

ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

  1. หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานผลยอ เพราะจะมีผลโดยตรงต่อระบบการหมุนเวียนเลือด อาจทำให้แท้งบุตรได้
  2. ลูกยอมีโพแทสเซียมสูงมากประมาณ ๕๖ มิลลิกรัมต่อลิตร พอๆ กับน้ำส้มและน้ำมะเขือเทศ อันตรายต่อผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง จึงไม่ควรบริโภคในคนที่เป็นโรคไต
  3. คุณค่าและสรรพคุณลูกยอจะลดลงเมื่อรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์

ที่มา

  1. https://puechkaset.com/ลูกยอและใบยอ/?fbclid=IwAR38KXMdRhZHyunYFfoahPcpxzN7aCIUR2wPsmSqAUw69ABxnPQcME_gotg
  2. https://medthai.com/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%AD/?fbclid=IwAR1Y9t_WbrVxVTIDOOM9JVjeopKTlXs6mdEGcK3H309R5vBl2Wn3HO2Csy4
  3. https://www.doctor.or.th/ask/detail/1400?fbclid=IwAR3yys-eSHusLAdeHcgZwPrYidbMNZ4_5p0bpcVRWTITZ9XLGZfOcNdUpyM
  4. https://www.ryt9.com/s/tpd/2980960?fbclid=IwAR3p_d5HWmJ5Kw2mrgaheEH1B7v7DejLMvwew2NYQ_-gT-MdK4RNtRtSQTs
  5. ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลองนพพล เกตุประสาท หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน .นครปฐม เว็บไซต์ http://clgc.agri.kps.ku.ac.th/resources/herb/morinda.html?fbclid=IwAR1MXOD2eDG2tn8X9kPE27LYWy4xsS5vrIT0kpQR56i316EHjoL3WjFCmt8
  6. https://www.disthai.com/16941411/%E0%B8%A2%E0%B8%AD?fbclid=IwAR0oqMI9P7tXrIZ7jaZm7FXm4mpZ-RHybUgB1rjeCEFwTKy7qM0Gw46_MBA
  7. https://www.rsu.ac.th/science/file/research/ResearchStaff/researchPublish/2557/42%20Tadsanee_Proceeding%20PH20_135_oral%20%2020%20April-2015.pdf?fbclid=IwAR2G0dlHzUHs7HrVR0sVWG_DdCLG6215lScRL7zUWVoOpT4mWvkGjzQFppI
  8. https://thaiherbweb.com/th/articles/102264-อวสานโรคกรดไหลย้อนพิชิตด้วยสมุนไพรไทย
  9. http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=111
Back To Top
error: Content is protected !!