ประมวลภาพ ภายในงาน

317 จำนวนผู้เข้าชม  | 

  ประมวลภาพ ภายในงาน

เนื่องด้วยทางมูลนิธิ ลุงขาวไขอาชีพ ร่วมกับ บริษัท ขาวละออเภสัช จำกัดได้มีการจัดงานลุงขาวไขอาชีพประมวลภาพ ภายในงานลุงขาวไขอาชีพรำลึก “5 ปีที่จากไป 45 ปีที่สอนมา”
วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2556 ณ เดอะไพน์รีสอร์ท (สวนธรรมศรีปทุม) สามโคก ปทุมธานีลุงขาวไขอาชีพ หรือ นายวราพงษ์ พงษ์บริบูรณ์ นักธุรกิจ นักประชาสัมพันธ์ นักพูด นักประดิษฐ์นักสังคมสงเคราะห์ และนักเขียนชาวไทย เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2471 ที่ตำบลหนองควายโซอำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี

จบชั้นมัธยมต้นที่ เทพศิรินทร์ และปวส.ที่พาณิชยาการพระนครและเป็นยุวชนทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ปี 2509 "ลุงขาว" เป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์“กระจกเงาเยาวชน” ทางช่อง 4 บางขุนพรมบุคคลที่อ้างอิงได้ ที่เคยออกรายการคือทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รายการวิทยุ“ชีวิตนี้มีความหวัง” และรายการ “ลุงขาวไขอาชีพ” สอนอาชีพง่ายๆ ทางสถานีวิทยุททท. ประมาณปี พ.ศ. 2510 "ลุงขาว" เป็นกรรมการสมาคมศิษย์เก่าพาณิชยการพระนคร
ได้ด้จัดโครงการ อาสาสมัครพาณิชยการสามสถาบัน คือ พระนคร พระเชตุพนธ์และตั้งตรงจิตร ทั้งสามวิทยาลัยร่วมทำกิจกรรมอาสาสมัครเข้าไปช่วยถือของให้ผู้สูงอายุที่ตลาดนัดท้องสนามหลวงในวันเสาร์และอาทิตย์เพื่อฝึกฝนให้มีความกล้าและรู้จักทำประโยชน์แก่ผู้อื่น ฝึกสอนให้เป็นผู้รู้จักคิดรู้จักทำในทางที่ถูกต้องและให้เกิดความสามัคคีในระหว่างวิทยาลัยทั้งสามในปี 2511 "ลุงขาว" หลังจากรถยนต์ที่ใช้ฝึกสอนอาชีพเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ไม่สามารถไปฝึกสอนในต่างจังหวัดได้อีก "ลุงขาว" และผู้ฟังวิทยุรวมกลุ่มกันจัดตั้ง"ชมรมสัมมาอาชีพวิทยาทาน" สอนอาชีพง่ายๆ โดยผู้สอนที่มิจิตใจเสียสละมาสอนให้โดยไม่คิดค่าตอบแทน ในปี 2512 "สันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย"ถนนเพลินจิตได้ให้สถานที่สอนอาชีพเพื่อเป็นวิทยาทานในวันเสาร์และอาทิตย์มีผู้มาเรียนวันละประมาณ 400 คน วิชาที่จะเรียนก็เป็นอาชีพง่ายๆ เรียนได้ในวันเดียวหรือครึ่งวันไม่ต้องมีทุนทรัพย์มาก เช่นการทำขนมครก การทำปาท้องโก๋ เทคนิคการถ่ายภาพและอัดภาพหรือกระทั่งการทำตุ่มซีเมนต์แบบง่ายโดยใช้กระสอบเย็บขึ้นรูปเป็นตุ่มบนแผ่นซีเมต์ก้นตุ่มที่ได้เตรียมไว้แล้วใส่แกลบเข้าไปในกระสอบให้เต็ม ทาจาระบีให้ทั่วแล้วพอกด้วยปูนซีเมนต์เมื่อปูนแห้งก็นำแกลบและกระสอบออก ก็จะได้ตุ่มตามต้องการทำให้คนยากจนมีน้ำในหน้าฝนไว้ใช้ในหน้าแล้วได้ตุ่มซีเมนต์แบบนี้จะมีขนาดใหญ่เท่าใดก็ได้ตามต้องการเพราะสร้างอยู่กับที่ไม่ต้องเคลือนย้ายซึ่งผู้ที่เผยแพร่วิธีนี้แก่"ลุงขาว" คือ พ่อค้าชื่อ"หลวง มหานาม"
ยังมีการสอนวิชาชีพจากวิทยากรที่เข้ามาช่วยโดยเสียสละเวลามาและไม่มีค่าตอบแทนใด ๆไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพช่างต่าง ๆ ,การตัดเย็บเสื้อผ้า,การทำขนม เช่น โรตีสายไหม,
น้ำหวานบรรจุขวดแบบไม่ใส่สารกันบูด(บุตรสาวลุงขาวสอนเอง),การต่อเรือเล็ก โดยอาจารย์บุญยืนสุวรรณานนท์ ,การสอนซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยอาจารย์นิวัฒน์ แจ้งพลอย การทำดอกไม้ประดิษฐ์โดยอาจารย์ ประยงค์ บุญประกอบ การสอนศิลปป้องกันตัว การทำซิลค์สกรีน เป็นต้นภายหลังชมรมสัมมาอาชีพวิทยาทาน ได้เปลี่ยนชื่อเป็นชมรมลุงขาวไขอาชีพและ "มูลนิธิลุงขาวไขอาชีพ" องค์กรสมาชิกสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามลำดับเพื่อหาทางขยายผลการฝึกสอนอาชีพแก่ประชาชนให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น "ลุงขาว"จึงตัดสินใจลงสมัครเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในปี 2517 และได้ริเริ่มให้กรุงเทพมหานครจัดหน่วยงานฝึกสอนอาชีพแก่ผู้ยากจนเป็นการถาวรโดยจัดสอนที่สวนลุมพินีทุกวันอาทิตย์ ซึ่งปัจจุบันคือ กองส่งเสริมอาชีพ สำนักพัฒนาชุมชน กทม.ในปี2522 "ลุงขาว" ได้รับเลือกตั้งเป็นสมชิกสภาผู้แทนเขต สังกัดพรรคประชากรไทโดยมีคะแนนสูงที่สุดในกรุงเทพฯ "ลุงขาว"ได้รับพระมหากรุณาธิคุณได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเครื่องราชอิศิริยาภรณ์ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และตริตาภรณ์ช้างเผือกชีวิตส่วนตัว "ลุงขาว" สมรสกับ คุณบุญเรือน (ขาวละออ) พงษ์บริบูรณ์ บุตรี หมอหลง ขาวละออ(บ.ภ., บ.ว.) ผู้ก่อตั้ง"ขาวลออโอสถ" ซึ่ง"ลุงขาว"เป็นผู้บุกเบิกขยายตลาดไปต่างจังหวัดจนทั่วประเทศ ด้วยการฉายหนังพร้อมโฆษณาขายยายาที่มีชื่อเสียงคือยาถ่ายพยาธฺขาวละออ วิธีการของลุงขาวในการฉายหนังก็ไม่เหมือนผู้อื่นได้ประยุกต์ใช้ปริซึมสะท้อนแสงฉายออกกระจกหน้าจอทีวี ทำให้ผู้ชมตื่นเต้นมาก ซึ่ง ขาวลออโอสถก็คือ "ขาวละออเภสัช" http://www.khaolaor.asia ในปัจจุบันนอกจากนี้ "ลุงขาว"ยังเป็นนักประดิษฐ์ มีผลงานประดิษฐ์เครื่องคั้นน้ำอ้อยแบบลูกกลิ้งทองเหลืองเครื่องปั่นสายไหมและยังได้ประดิษฐ์หุ่นโครงเป็นเหล็ก ข้างนอกเป็นไม้พ่นสีขนาดเท่าคนติดมอเตอร์มีสายบังคับให้เดินหน้า ถอยหลัง พร้อมลำโพงที่หน้าอก ที่สามารถฟังและพูดตอบกับผู้ชมได้ประดิษฐ์กล่องไฟมีตัวหนังสือที่เดินได้ ซึ่งได้มีขึ้นก่อนป้ายไฟปัจจุบันที่เป็นชนิด LED ถึง 30 ปีหรือกระทั่งการฉายหนังผ่านตู้ทีวีที่มีแต่กระจกด้านหน้าและสามารถฉายออกพร้อมกันได้หลายๆ จอโดยใช้เทคนิคการสะท้อนภาพผ่านปริซึม แทนการฉายขึ้นจอผ้าทำให้ผู้ชมใรู้นถิ่ธุรกันดารรู้สึกเหมือนได้ดูโทรทัศน์โดยที่ขณะนั้นโทรทัศน์ยังเป็นของใหม่มากสำหรับเมืองไทย ประมาณปี 2519"ลุงขาว"ได้ร่วมกับเพื่อนๆเปิด "บริษัท ซื้อขายความคิด(ประเทศไทย) จำกัด"เพื่อเป็นที่แลกเปลี่ยนนวัตกรรมและความคิดทางปัญญา แม้บริษัทนี้จะไม่ได้มีผลงานที่เด่นชัดแต่ก็แสดงถึงวิสัยทัศน์ของ "ลุงขาว" ที่เล็งเห็นความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งแม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีผู้เข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในแวดวงจำกัด"ลุงขาว" นายวราพงษ์ พงษ์บริบูรณ์ ได้เสียชีวิตด้วยสาเหตุไตวายเฉียบพลันเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและหีบเกียรติยศ และพระราชทานเพลิงศพณ เมรุวัดธาตุทอง ราชวรมหาวิหาร เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552โดยได้รับพวงมาลาจากศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถซึ่งครอบครัว "ลุงขาว" สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช) ได้ศึกษาและจัดทำชีวประวัติของลุงขาวไขอาชีพเป็นวีดิทัศน์ เพื่อส่งเสริมสิ่งดีๆให้เป็นแบบอย่างและกำลังใจต่อสังคมและทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

ในครั้งเมื่อ นายสุริยงค์ หุณฑสารเป็นผู้อำนวยการ ได้สานต่อเจตนารมณ์ของ "ลุงขาว"โดยได้จัดทำวีดิทัศน์การสอนอาชีพต่างๆให้เข้าใจได้โดยง่ายทางสถานี NBT ตอนละ 5 นาทีตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง พฤศจิกายน 2552 รวม 120 ตอนลุงขาวต้องการสอนให้คนไทยรู้จักค้าขาย ในขณะที่คนไทยในขณะนั้นมักจะสอนให้ลูกเป็นเจ้าคนนายคน และอับอายเมื่อต้องค้าขาย ลุงขาวสอนให้ลูกศิษย์ มีคติประจำใจได้แก่ สามอดแห่งความสำเร็จ และ สามกำไรชีวิต ได้แก่ "อดทน อดกลั้น อดออม" และ"กำไรทำ กำไรกิน กำไรเงิน"

ซึ่งหมายถึง เพียงแค่ได้ทำ ก็กำไรความรู้ กำไรประสบการณ์แล้วส่วนจะมีผลงอกงามให้อยู่ดีกินดี หรือมีเงินมากขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่จะตามมา ถึงแม้ลุงขาวไขอาชีพจะเสียชีวิตไปแล้วเกือบ 5 ปี แต่วิทยากรและกรรมการมูลนิธิ ก็ยังสานต่อเจตนารมย์ของลุงขาวยังสอนต่อเนื่องถึงปัจจุบัน การสอนของลุงขาวมีหลักการที่เป็นของตนเอง ได้แก่ ไม่จดบันทึกชื่อผู้เข้าเรียนไม่สอนในที่หรูหรา ไม่มีการติดตามผล ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ยากจน ผู้มีรายได้น้อย
สามารถเข้ามาเรียนได้อย่างอิสสระ ด้วยความสบายใจ ไม่ต้องเกรงกลัวในระบบหรืออับอายในความยากจน และสอนในบริเวณที่เจ้าของสถานที่ที่ยินดีให้จัดสอนโดยไม่คิดมูลค่า

การสอนจึงโยกย้ายไปในที่ต่างๆตามความเหมาะสม และขณะนี้จัดสอนที่ สนามบาสเก็ตบอลล์ในหมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีสาขารัตนาธิเบศร์ นนทบุรี ทุกวันอาทิตย์ที่ 2ของแต่ละเดือน เวลา 08:00 ถึง 12:00 น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้